วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ประวัติ Super junior



ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2547 เกิดข่าวลือหนาหูแพร่สะพัดไปในอินเทอร์เน็ต เกี่ยวกับการก่อตั้งบอยแบนด์กลุ่มใหญ่ของ เอสเอ็ม เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ จนกระทั่งในตอนต้นของปี พ.ศ. 2548 เอสเอ็ม เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ได้ออกมายืนยันข่าวลือดังกล่าว พร้อมทั้งประกาศว่า บอยแบนด์กลุ่มดังกล่าวจะมีจำนวนสมาชิกทั้งสิ้นกว่า 12 คน และจะทำการเปิดตัวต่อสาธารณชนในช่วงก่อนสิ้นปี นอกจากนี้ ยังได้กล่าวเน้นว่า บอยแบนด์กลุ่มนี้จะกลายเป็น "ประตูสู่ความเป็นดาวแห่งเอเชีย( The Gateway to Stardom of Asia )" ในขณะนั้น พวกเขาถูกเรียนขานว่า โอเวอร์ หรือ โอ.วี.อี.อาร์.( O.V.E.R. ) ซึ่งย่อมาจาก "ยึดมั่นในท่วงทำนองของแต่ละจังหวะ ( Obey the Voice for Each Rhythm )" และในภายหลัง ได้กลายมาเป็น ซูเปอร์จูเนียร์ 05 ก้าวแรกของซูเปอร์จูเนียร์ในปัจจุบัน

ซูเปอร์จูเนียร์ได้ออกมาปรากฏตัวเป็นครั้งแรก ก่อนหน้าการเปิดตัวในวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2548 ทางสถานี M.NET ในรายการดังกล่าว ซูเปอร์จูเนียร์ได้แสดงการเต้นสไตล์ฮิบฮอปในหลากหลายรูปแบบ พวกเขาทั้งหมดเต้นร่วมกันในเพลง "Take It To The Floor" ของวง บีทูเค (B2K) นอกจากนั้น ฮันคยอง, อึนฮยอค และดงแฮ ยังได้เต้นเพลง "Caught Up" ของ อัชเชอร์(Usher)อีกด้วย แต่อย่างไรก็ดี รายการดังกล่าวไม่ได้ถูกนำออกอากาศ จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 รายการที่บันทึกไว้ได้กลายเป็นช่วงหนึ่งของรายการ "Super Junior Show" ซึ่งเป็นรายการสารคดีทางโทรทัศน์เรื่องแรกของพวกเขา


2548 - 2549 : เปิดตัวต่อสาธารณชน

ภาพโปรโมตภาพแรกของซูเปอร์จูเนียร์ซูเปอร์จูเนียร์ได้เปิดตัวและออกรายการโทรทัศน์ครั้งแรกที่สถานี SBS ในรายการ "Ingigayo" หรือ "Popular Songs" เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนพ.ศ. 2548 พร้อมกับการแสดงในเพลง Twins (Knock Out) ซิงเกิลแรกของพวกเขา ซึ่งภายหลังจากการแสดงครั้งนั้น ซูเปอร์จูเนียร์ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟนเพลง และด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ทางต้นสังกัดตัดสินใจที่จะออกวางขายอัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกของซูเปอร์จูเนียร์ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2548 โดยที่ก่อนหน้านี้นั้นซูเปอร์จูเนียร์ ได้ออกซิงเกิ้ลพิเศษที่มีชื่อว่า "Show Me Your Love" ร่วมกับสมาชิกร่วมค่ายอย่างวงดง บัง ชิน กิไปแล้ว เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2548[1]

นอกจากความโด่งดังของซูเปอร์จูเนียร์ในประเทศเกาหลีใต้บ้านเกิดแล้ว พวกเขายังเป็นที่รู้จักในต่างประเทศอีกด้วยโดยเฉพาะในประเทศไทย ที่พวกเขาได้มีโอกาสไปร่วมงาน "พัทยามิวสิกเฟสติวอล 2006" เมื่อวันที่ 17 มีนาคม - 19 มีนาคม พ.ศ. 2549 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี นอกจากนี้ในประเทศจีนเองพวกเขาก็มีเว็บไซต์ที่เหล่าแฟนคลับทำขึ้น และในช่วงเดือนมิถุนายนนี้พวกเขาอาจมีโอกาสได้ไปโปรโมทที่ประเทศจีนอีกด้วย


2549 - 2550 : ซิงเกิ้ล "U" และความสำเร็จ

ภาพโปรโมตซิงเกิ้ล U ครั้งแรกของการเป็น 13 คนในวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 เอสเอ็ม เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ตันสังกัดได้ประกาศสมาชิกคนที่ 13 คยูฮยอน ทำให้ซูเปอร์จูเนียร์ประกอบด้วยสมาชิกทั้งหมด 13 คน และพวกเขาได้ออกซิงเกิ้ลใหม่ที่มีชื่อว่า "U" โดยได้เปิดให้ดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ของ เอสเอ็ม เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ฟรี ในวันที่ 25 พฤษภาคม และ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 ตามลำดับ เพื่อตอบแทนแฟนเพลงที่ให้การตอบรับซูเปอร์จูเนียร์เป็นอย่างดี โดยมียอดดาว์นโหลดกว่า 400,000 ครั้งภายใน 5 ชั่วโมง และยอดดาว์นโหลดรวมกว่า 1.4 ล้านครั้ง

ซีดีซิงเกิ้ล "U" ได้ออกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2549 และสามารถขายได้กว่า 83,000 หน่วย[2]

ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมิวสิกวิดีโอของพวกเขา ที่มีชื่อว่า "Dancing Out" ได้เริ่มออกอากาศตามสถานีโทรทัศน์ และซูเปอร์จูเนียร์ก็ได้ออกแสดงโปรโมทตามรายการโทรทัศน์สถานีต่างๆ โดยมิวสิกวีดีโอเพลงนี้ถ่ายทำกันที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อครั้งที่ซูเปอร์จูเนียร์ได้เป็นแขกรับเชิญพิเศษให้กับคอนเสริต์ของนักร้องร่วมค่ายอย่าง ดง บัง ชิน กิ ที่จัดขึ้นที่นั่นในช่วงเดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2549 อย่างไรก็ดีเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้นถึง 2 เรื่องเมื่อคุณพ่อของดงเฮ 1 ในสมาชิกในวงเกิดเสียชีวิตลงอย่างกระทันหันด้วยอาการป่วยเรื้อรังเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2549 ทำให้สมาชิกในวงต้องเดินทางกลับไปยังเกาหลีใต้เพื่อร่วมพิธีศพที่จัดขึ้นในวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2549 หลังจากเสร็จสิ้นงานพิธีศพแล้ว ในระหว่างการเดินทางกลับของ 1 ในสมาชิกในวง ฮีชอล ได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้ต้องเข้ารับการผ่าตัดที่ขา ซึ่งแพทย์ระบุว่าฮีชอลนั้นต้องพักงานนานเป็นเวลากว่า 3-6 เดือนด้วยกัน[3] ส่งผลให้ซูเปอร์จูเนียร์จำเป็นต้องพักงานที่รับไว้ในช่วงหลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น 1 สัปดาห์เกือบทั้งหมด


2550 : อัลบั้มที่ 2 "Don't Don"

ภาพโปรโมตอัลบั้ม Don't Donสืบเนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ของสมาชิกในวง ทำไห้โครงการสตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 2 ของซูเปอร์จูเนียร์ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด จนกระทั่ง "Don't Don" ได้รับการออกวางจำหน่ายในที่สุด เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2550 ซูเปอร์จูเนียร์ได้ร่วมกันขึ้นแสดงอีกครั้งเป็นครั้งแรกสำหรับการโปรโมทอัลบั้มชุดนี้ ที่รายการ Music Bank ทางสถานี KBS เมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2550 และการแสดงในครั้งนี้ก็นับเป็นแรกที่ทั้ง 13 คนได้ขึ้นแสดงพร้อมกันในรอบ 1 ปีอีกด้วย

"Don't Don" เปิดตัวด้วยอันดับที่ 1 บนชาร์ต โดยภายใน 7 วันหลังออกวางจำหน่าย สามารถทำยอดจำหน่ายได้กว่า 60,000 หน่วย[4] และหลังจากนั้น 3 เดือน "Don't Don" สามารถทำยอดจำหน่ายได้มากถึง 164,058 ชุด และกลายเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดของซูเปอร์จูเนียร์ นอกจากนี้ ยังรั้งอันดับ 2 ในชาร์ตอัลบั้มขายดีที่สุดในปี พ.ศ. 2550 เป็นรองแค่อัลบั้ม "The Sentimental Chord" ของ "SG Wannabe" ที่รั้งอันดับหนึ่ง ด้วยยอดขายที่นำอยู่ราว 26,940 ชุด

จากผลงานอัลบั้ม "Don't Don" ซูเปอร์จูเนียร์มีชื่อเข้าชิงรางวัลในงาน 2007 M.NET/KM Music Festival ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ถึง 7 สาขา และสามารถคว้ารางวัลกลับบ้านได้ถึง 3 รายการ ได้แก่ Netizen Choice Award และ Mobile Popularity รวมไปถึงรางวัลใหญ่ที่สุดในงาน(แดแซง - Daesang) Best Artist of the Year.[5][6] ซึ่งนับเป็นความสำเร็จอย่างสูงของซูเปอร์จูเนียร์และอัลบั้มชุดนี้ และจากความนิยมในตัวซูเปอร์จูเนียร์อย่างล้นหลามในประเทศไทย ทำให้ล่าสุด พวกเขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นทูตกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย - เกาหลีใต้ ในโอกาสครบรอบ 50 ปีของความสัมพันธ์อีกด้วย
2551 : ปีทองของซูเปอร์จูเนียร์และการบุกตลาดต่างประเทศ
เอสเอ็ม เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เตรียมเปิดตัวกลุ่มย่อยกลุ่มใหม่ ในชื่อ Super Junior China ท่ามกลางการประท้วงของเหล่าแฟนคลับ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 3 เมษายน มีการแถลงข่าวของกลุ่มย่อยกลุ่มนี้ ภายใต้ชื่อ ซูเปอร์จูเนียร์ เอ็ม โดยตัวเอ็ม(M) ย่อมาจาก แมนดาริน ประกอบด้วยสมาชิกจากซูเปอร์จูเนียร์จำนวน 5 คนคือ ฮันเกิง , ดงเฮ , คยูฮยอน , รยออุค , ชีวอน และอีก 2 แขกรับเชิญพิเศษ คือ เฮนรี่ และ โจวมี่
7 มิถุนายน ได้มีการเปิดตัวกลุ่ยย่อยใหม่อีกกลุ่มหนึ่งของซุปเปอร์จูเนียร์ ภายใต้ชื่อ ซูเปอร์จูเนียร์ แฮปปี้ (Super Junior Happy)[8] ที่งาน 2008 Dream Concert โดยมีสมาชิกคือ อีทึก , คังอิน , อึนฮยอค , ชินดง , ซองมิน และ เยซอง และ 35 ชั่วโมงหลังจากการจำหน่ายอัลบั้มก็สามารถทำยอดขายได้ถึง 3500 แผ่น และมียอดขายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะนี้ ซูเปอร์จูเนียร์ แฮปปี้ กำลังได้รับความนิยม และกระแสตอบรับอย่างดีจากแฟน ๆ
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ซูเปอร์จูเนียร์ได้เดินทางไปร่วมงาน เอ็มทีวี เอเชีย อวอร์ดส 2008 ที่จัดขึ้นที่เก็นติงไฮแลนด์ ประเทศมาเลเซีย พวกเขาได้ขึ้นแสดงเพลง "Mirror" "Don't Don" และ "A Man In Love" ซึ่งในงานนี้ ซูเปอร์จูเนียร์ได้รับรางวัล "ศิลปินยอดนิยมจากเกาหลี" อีกด้วย
อัลบั้มใหม่
ซูเปอร์จูเนียร์ ได้ประกาศว่าพวกเขาจะหยุดกิจกรรมทั้งหมดในช่วงสิ้นปีนี้ และจะกลับเข้าสตูดิโออีกครั้งเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอัลบั้มใหม่ ซึ่งเป็นอัลบั้มลำดับที่ 3 โดยคาดว่าจะออกวางจำหน่ายในปี พ.ศ. 2552

สมาชิกในวง
ดูบทความหลักที่ สมาชิกในวงซูเปอร์จูเนียร์
ซูเปอร์จูเนียร์ เมื่อตอนเปิดตัวครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2548 นั้น ประกอบไปด้วยสมาชิกจำนวน 12 คน ได้แก่

อีทึก (หัวหน้าวง)
ฮีชอล
ฮันกยอง
เยซอง
คังอิน
ชินดง
ซองมิน
อึนฮยอก
ดงเฮ
ชีวอน
รยออุค
คีบอม
จนกระทั่งเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 เอสเอ็ม เอนเตอร์เทนเม้นท์ ได้ประกาศเพิ่มสมาชิกคนที่ 13 คือ คยูฮยอน ทำให้ในปัจจุบันสมาชิกของวงซูเปอร์จูเนียร์มีจำนวนทั้งสิ้น 13 คน
หมายเหตุ
*เป็นการเรียงลำดับตามอายุ
นับตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2548 ซูเปอร์จูเนียร์ มีผลงานเพลงในรูปแบบสตูดิโออัลบั้มจำนวน 2 อัลบั้ม ได้แก่
Super Junior 05 (TWINS)
วางจำหน่าย
7 ธันวาคม พ.ศ. 2548
ยอดจำหน่าย 80,000+{1}
Don't Don
วางจำหน่าย
20 กันยายน พ.ศ. 2550
ยอดจำหน่าย170,000+{1}{2}
หมายเหตุ

{1}เป็นยอดจำหน่ายในประเทศเกาหลีใต้

{2}ยังคงอยู่บนชาร์ต
ทัวร์คอนเสิร์ต
พ.ศ. 2550 : 2007 SMTOWN Summer Concert
พ.ศ. 2551 : Super Show The 1st Asian Tour
พ.ศ. 2551 : SMTOWN Live '08
รายชื่อผลงานของซูเปอร์จูเนียร์

•           1 สตูดิโออัลบั้ม
o          1.1 2005 : Super Junior 05 (TWINS)
o          1.2 2007 : Don't Don
o          1.3 2009 : Sorry, Sorry
o          1.4 2010 : BONAMANA
o          1.5 2011 : Mr.Simple
o          1.6 2012 : "Sexy, Free & Single
•           2 อัลบั้มรวมกันเฉพาะกิจ
o          2.1 11 กรกฎาคม 2006 - อัลบั้ม '06 SUMMER SMTOWN
o          2.2 12 ธันวาคม 2006 - อัลบั้ม 2006 WINTER SMTOWN
o          2.3 03 กรกฎาคม 2007 - อัลบั้ม 2007 Summer SMTOWN
o          2.4 07 ธันวาคม 2007 - อัลบั้ม 2007 Winter Sm Town
•           3 ซิงเกิล
o          3.1 15 ธันวาคม 2005 - ซิงเกิล Show me your love (ร่วมกับวง ทงบังชินกี)
o          3.2 17 มิถุนายน 2006 - ซิงเกิล U
o          3.3 16 กรกฎาคม 2007 - ซิงเกิลประกอบภาพยนตร์ Flower Boys
•           4 อัลบั้มของกลุ่มย่อยต่างๆ
o          4.1 22 กุมภาพันธ์ 2007 - อัลบั้ม Super Junior T
o          4.2 30 เมษายน 2008 - อัลบั้ม Super Junior-M
o          4.3 05 มิถุนายน 2008 - อัลบั้ม Super Junior-Happy
o          4.4 05 พฤศจิกายน 2008 - อัลบั้ม Super JuniorT ROCK&GO
o          4.5 24 กันยายน 2009 - มินิอัลบั้ม Super Junior M - Super Girl
o          4.6 28 กุมภาพันธ์ 2011 - มินิอัลบั้ม Super Junior M - Perfection
[แก้]สตูดิโออัลบั้ม
[แก้]2005 : Super Junior 05 (TWINS)
1.         Miracle
2.         Twins (Knock out)
3.         You are the one
4.         Rock this house
5.         Way for love (차근차근)
6.         So I
7.         Over
8.         Keep in touch
9.         L.O.V.E
10.       Believe
11.       Twins (Knock out) Inst.
[แก้]2007 : Don't Don
1.         돈돈! Don't Don
2.         소원이 있나요 (Sapphire Blue)
3.         You're My Endless Love (말하자면)
4.         Marry U
5.         A Man In Love
6.         Disco Drive
7.         미워 (Hate U, Love U)
8.         I Am
9.         사랑이 떠나다 (She'S Gone)
10.       The Girl Is Mine
11.       거울 (Mirror)
12.       우리들의 사랑 (Our Love)
13.       Missin' U
14.       Midnight Fantasy
15.       A Man In Love [Remix version]
16.       Thank You
17.       아주 먼 옛날 (Song For You) - Bonus Track
[แก้]2009 : Sorry, Sorry
1.         "SORRY, SORRY"
2.         "니가 좋은 이유 (Why I like you)"
3.         "마주치지 말자 (Let's not...)"
4.         "앤젤라 (Angela)"
5.         "RESET"
6.         "MONSTER"
7.         "WHAT IF"
8.         "이별... 넌 쉽니 (Heartquake)"
9.         "CLUB No.1"
10.       "HAPPY TOGETHER"
11.       "죽어있는 것 (Dead at heart)"
12.       "SHINING STAR"
13.       "Sorry, Sorry - Answer"
14.       "그녀는 위험해 (She Wants It)"
15.       "너라고 (It's You)"
16.       "사랑이 죽는 병 (Love Disease)"
17.       "첫번째 이야기 (Love U More)"
[แก้]2010 : BONAMANA
1.         "미 인 아 (BONAMANA)"
2.         "나쁜 여자 (Boom Boom)"
3.         "응결 (Coagulation)"
4.         "나란 사람 (Your Eyes)"
5.         "My Only Girl"
6.         "사랑이 이렇게 (My All Is In You)"
7.         "Shake It Up!"
8.         "잠들고 싶어 (In My Dream)"
9.         "봄날 (One Fine Spring Day)"
10.       "좋은 사람 (Good Person)"
11.       "Here We Go"
12.       "너 같은 사람 또 없어 (No Other)"
13.       "Shake It Up! (Remix Ver.)"
14.       "진심 (All My Heart)"
15.       "여행 (A Short Journey)"
[แก้]2011 : Mr.Simple
ไฟล์:Album 5.jpg
อัลบั้ม Mr.Simple [Ver.A]
1.         Mr.Simple
2.         오페라 (Opera)
3.         라라라라 (Be My Girl)
4.         Walkin'
5.         폭풍 (Storm)
6.         어느새 우리 (Good Friends)
7.         결투 (Feels Good)
8.         기억을 따라 (Memories)
9.         해바라기 (Sunflower)
10.       엉뚱한상상 (White Christmas)
11.       Y
12.       My Love My Kiss My Heart
13.       Perfection [Bounce Track Ver.A]
14.       Super Man [Ver.B]
15.       A-Cha [Repackage]
16.       Oops!! (feat. f(X)) [Repackage]
17.       하루에 (A Day) [Repackage]
18.       안단테 (Andante) [Repackage]
[แก้]2012 : "Sexy, Free & Single
1.         Sexy, Free & Single
2.         너로부터 (From U)
3.         NOW
4.         Rockstar
5.         걸리버 (Gulliver)
6.         언젠가는 (Someday)
7.         달콤씁쓸 (Bittersweet)
8.         빠삐용 (Butterfly)
9.         머문다 (Daydream)
10.       헤어지는 날 (A ‘Good’bye)
11.       Spy [Repackage]
12.       Outsider [Repackage]
13.       Only U [Repackage]
14.       하루 (HARU) [Repackage]


ประวัติ Super junior

ชื่อจริง : Park Jung Su (ปาร์ค จอง ซู)
ชื่อในวงการ : Lee Teuk (ลี ทึก)
วันเกิด : 1 ก.ค. 1983
ส่วนสูง : 178 ซ.ม.
น้ำหนัก : 59 ก.ก.
งานอดิเรก : เล่นเปียโน, ฟังเพลง , ร้องเพลง
ความสามารถพิเศษ : แต่งเพลง
เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิง : ปี 2000 โดย Starlight Casting System
ผลงานละคร : MBC 'Everything of EVE' ปี 2000
ผลงานโฆษณา :Pepsiพิธีกรในงาน showcaseของดงบัง ชินกิ

Artist:Super Junior05พิธีกรรายการ M.net KMTV M!Countdown
Album : Super Junior05 KBS '1829' as young Bok Man in Mar 2005



ชื่อจริง : Kim Hee Chel (คิม ฮี เชล)
ชื่อในวงการ : Hee Chul (ฮี ชอล)
วันเกิด : 10 ก.ค. 1983
ส่วนสูง : 179 ซ.ม. น้ำหนัก : 60 ก.ก.
งานอดิเรก : เล่นเกมคอมพิวเตอร์, เขียนกลอน, เขียนนิทานให้เด็ก
เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิง : ปี 2002 โดย Starlight Casting System
ผลงานละคร :
- KBS 'Sharp2' (ก.พ. 2005)
- MBC 'Rainbow Romance' (ต.ค. 2005)
ผลงานโฆษณา :
- 'PePeRo'(ก.ย. 2005)
- Oddugi 'Ramen Bokki' (ต.ค. 2005)
ผลงานด้านอื่นๆ : ดีเจ FM 107.7 ของ SBS และ KMTV



ชื่อจริง : Han Geng (ฮัน คยอง)
ชื่อในวงการ : Han Geng (ฮัน คยอง)
วันเกิด : 9 ก.พ. 1984
สถานที่เกิด : ประเทศจีน 1 ก.ค. 1983
ส่วนสูง : 181 ซ.ม. น้ำหนัก : 66 ก.ก.
งานอดิเรก : เล่นเกมคอมพิวเตอร์
ความสามารถพิเศษ : Traditional Chinese dance, Dancing Ballet
เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิง : ปี 2001
โดยชนะการออดิชั่นของ H.O.T China
ผลงานอื่นๆ:
- รองชนะเลิศการประกวดเต้นที่ประเทศจีน
- เดินแบบในงาน F/W general idea by Bum Suk (5 พ.ค. 2005)



ชื่อจริง : Kim Young Woon (คิม ยอง อุน)
ชื่อในวงการ : Kang In (คัง อิน)
วันเกิด : 17 ม.ค.1985
ส่วนสูง : 180 ซ.ม. น้ำหนัก : 70 ก.ก.
งานอดิเรก : ร้องเพลง, ว่ายน้ำ, ศิลปะป้องกันตัว
ความสามารถพิเศษ : การแสดง
เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิง : ปี 2002
โดยชนะเลิศสาขา Most handsome ในการประกวด SM Youngster contest
ผลงานละคร :
- SBS 'Man and Woman' (พ.ค. 2002)
- SBS ผู้ประกาศข่าว 'Entertainment show' (เม.ย. 2004)
ผลงานด้านอื่นๆ :
- พิธีกรในงาน showcase ของดง บัง ชิน กิ (ก.ย. 2005)
- พิธีกรในงานมีทติ้งแฟนคลับ ของ BoA (ก.ย. 2005)
- พิธีกรรับเชิญรายการ 'Saturday'ทางMBC (พ.ย. 2005)
- พิธีกร M-Net, KMTV - M!Countdown (พ.ย. 2005)



ชื่อจริง : Kim Jong Woon (คิม ชง อุน)
ชื่อในวงการ : Ye Sung (เย ซอง)
วันเกิด : 24 ส.ค.1984
ส่วนสูง : 178 ซ.ม. น้ำหนัก : 64 ก.ก.
งานอดิเรก : ร้องเพลง, ฟังเพลง, ออกกำลังกาย
เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิง : ปี 2001 โดย Starlight Casting System
ผลงานอื่นๆ :
- ชนะเลิศ "ChunAn Music Competiton" (พ.ย. 1999)
- ชนะเลิศสาขา Best singer ในการประกวด SM Youngster contest
ครั้งที่ 3 (2001)
- SBS 'I like Sunday X-Man' (พ.ย. 2005)



ชื่อจริง : Sin Dong Hoe (ซิน ดง ฮี)
ชื่อในวงการ : Shin Dong (ซิน ดง) )
วันเกิด : 28 ก.ย.1985
ส่วนสูง : 178 ซ.ม. น้ำหนัก : 90 ก.ก.
ความสามารถพิเศษ : การแสดง, เต้นรำ
เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิง : ปี 2005
โดยชนะเลิศสาขา Best gag, Best of the Best
ในการประกวด SM Youngster contest
ผลงานอื่นๆ :
- พิธีกร KMTV Show Music Tank (ก.ย. 2005)
- พิธีกร 'Sweet Rose Party' ของดง บัง ชิน กิ (ต.ค. 2005)
- พิธีกร M-Net, KMTV - M!Countdown (พ.ย. 2005)
- ชนะเลิศสาขา Best Dancer ในการประกวด GoYang City Youth
Contest (ก.ค. 2002)
- ชนะเลิศสาขา Best Dancer ในการประกวด GoYang City Youth
Contest (ก.ค. 2003)
- ชนะเลิศ Golden award and Popularity award from M-net
EPPY Competition (ต.ค. 2004)




ชื่อจริง : Lee Sung Min (อี ซอง มิน)
ชื่อในวงการ : Sung Min (ซอง มิน )
วันเกิด : 1 ม.ค.1986
ส่วนสูง : 175 ซ.ม. น้ำหนัก : 57 ก.ก.
งานอดิเรก : ดูหนัง, เล่นดนตรี
ความสามารถพิเศษ : ศิลปะป้องกันตัวแบบจีน, การแสดง
เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิง : ปี 2001
โดยชนะเลิศสาขา Most handsome
ในการประกวด SM Youngster contest
ผลงานละคร :
- MBC 'Sea of Sisters' (ส.ค. 2005)
- KBS 'A boy from a charnel house' (ก.ย. 2005)
ผลงานอื่นๆ :
พิธีกรคู่กับ ดง แฮ ในรายการของ KMTV



ชื่อจริง : Kim Ki Bum (คิม คี บอม)
ชื่อในวงการ : Ki Bum (คี บอม )
วันเกิด : 21 ส.ค.1987
ส่วนสูง : 179 ซ.ม. น้ำหนัก : 58 ก.ก.
งานอดิเรก : เล่นเกมคอมพิวเตอร์
ความสามารถพิเศษ : การแสดง
เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิง : ปี 2002
โดย Starlight Casting System
ผลงานละคร :
- KBS 'Kiss of April' (เม.ย. - ก.ค. 2004)
- KBS 'Sharp 2' (ก.พ. 2005)
- MBC 'Rainbow Romance' (ต.ค. 2005)
ผลงานโฆษณา :
- เครื่องแบบนักเรียน 'Elite-Basic' (ก.ย. 2004)
- 'KTF' (พ.ค. 2005) - 'Hyun Dai - Sonata' (ส.ค. 2005)
- 'Crown-Mychu' (ส.ค. 2005)
- 'Oddugi' Ramewn-Bokki (ต.ค. 2005)



ชื่อจริง : Lee Hyuk Jae(อี ฮยอก แจ)
ชื่อในวงการ : Eun Hyuk (อึน ฮยอก)
วันเกิด : 4 เม.ย.1986
ส่วนสูง : 176 ซ.ม. น้ำหนัก : 58 ก.ก.
งานอดิเรก : ฟังเพลง, ออกกำลังกาย
ความสามารถพิเศษ : การเต้นแบบต่างๆ
เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิง : ปี 2000
โดย Starlight Casting System
ผลงานด้านอื่นๆ : - ชนะเลิศ Goyang City Youth Dance competition
(2000)
- SBS 'Saturday is Coming' showdown of the century (มี.ค. 2002)
- MBC 'In Saturday Night' ChuGyukNamYoe (ส.ค. 2005)



ชื่อจริง : Choi Si Won(ชอย ซี วอน)
ชื่อในวงการ : Si Won (ซี วอน)
วันเกิด : 10 ก.พ.1987
ส่วนสูง : 183 ซ.ม.น้ำหนัก : 65 ก.ก.
งานอดิเรก : เทควันโด, ร้องเพลง
ความสามารถพิเศษ : พูดภาษาจีนได้, การแสดง, ตีกลอง
เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิง : ปี 2003
โดย Starlight Casting System
ผลงานละคร :
- KBS '1829' (มี.ค. 2005)
- KBS 'Letter to My Parents' (พ.ค. 2005)
- KBS 'A boy from a charnel house' (ก.ย. 2005)
- SBS 'Curious Human Being' (ก.ย. 2005)
- SBS 'I Like Sunday' - X Man (ต.ค. 2005)
ผลงานภาพยนตร์ :
'Muk Gong' ร่วมกันสร้างโดยประเทศเกาหลี จีน ญี่ปุ่น (ต.ค. 2005)
ผลงานโฆษณา :
- เครื่องแบบนักเรียน 'Elite'(ก.ย. 2004)
- โยเกิร์ต 'Viyotte'(ส.ค. 2005)
ผลงานอื่นๆ :
มิวสิควีดีโอเพลง 'What is Love' ของ Dana (ต.ค. 2003)



ชื่อจริง : Lee Dong Hae (อี ดง แฮ)
ชื่อในวงการ : Dong Hae (ดง แฮ)
วันเกิด : 15 ต.ค.1986
ส่วนสูง : 175 ซ.ม. น้ำหนัก : 60 ก.ก.
งานอดิเรก : ร้องเพลง,เต้นรำ, ออกกำลังกาย, ดูหนัง
เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิง : ปี 2001
โดยชนะเลิศสาขา Most handsome และ Best of the best
ในการประกวด SM Youngster contest
ผลงานอื่นๆ :
- SBS ShinDongYup's "True or Lie" (พ.ย. 2005)
- พิธีกรคู่กับ ซอง มิน ในรายการของ KMTV



ชื่อจริง : Kim Ryeo Wook (คิม เรียว อุค)
ชื่อในวงการ : Ryeo Wook (เรียว อุค)
วันเกิด : 21 มิ.ย. 1987
ส่วนสูง : 173 ซ.ม. น้ำหนัก : 58 ก.ก.
งานอดิเรก : ร้องเพลง
ความสามารถพิเศษ : แต่งเพลง
เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิง : ปี 2004
โดยชนะเลิศการประกวดร้องเพลง CMB Youth 'Chin Chin' singing
Competition
ผลงานอื่นๆ :
ชนะเลิศการประกวด MBC 'at the twinkling night' (มิ.ย. 2004)





ชื่อจริง:โจคยูฮยอน (Jo Kyuhyun / Jo Gyuhyeon)
ชื่อในวงการ: คยูฮยอน (Kyuhyun / Gyuhyeon)
วันเกิด: 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1988
ส่วนสูง: 180 ซม.
น้ำหนัก: 68 ก.ก.
เริ่มเข้าสู่วงการ :ปี 2005 โดยชนะเลิศการประกวดร้องเพลง: CMB Chin Chin Song Festival
ผลงานอื่นๆ มิวสิกวีดีโอ: Winter Chin Chin Song Festival
ซูเปอร์จูเนียร์ (อังกฤษ: Super Junior; เกาหลี: 슈퍼주니어) หรือที่เรียกสั้นๆว่า "เอสเจ (SJ)" หรือ "ซูจู (SuJu)" เป็นกลุ่มวงดนตรีบอยแบนด์จากประเทศเกาหลีใต้ ในสังกัดของ เอสเอ็ม เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เดิมประกอบด้วยสมาชิกทั้งหมด 12 คน (ชาวเกาหลี 11 คน และชาวจีน 1 คน) แต่ก็ได้รับสมาชิกเพิ่มขึ้นอีก 1 คน ทำให้ซูเปอร์จูเนียร์มีสมาชิกรวมแล้ว 13 คน ถือได้ว่าเป็นวงบอยแบนด์ที่มีสมาชิกมากที่สุดอีกวงหนึ่ง โดยสมาชิกทั้งหมดของวงล้วนแล้วแต่ผ่านการคัดเลือกจากเวทีต่างๆเข้ามา และทั้งหมดก็ล้วนแต่มีความสามารถที่มีลักษณะเฉพาะตัว โดยล้วนแล้วแต่ผ่านการทำงานในสายบันเทิงมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นงานด้านการแสดง พิธีกร หรือนายแบบ
สีประจำวง : สีน้ำเงินมุก หรือ สีน้ำเงินมรกต (Sapphire Blue)

ประวัติและความเป็นมา :
ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2547 เกิดข่าวลือหนาหูแพร่สะพัดไปในอินเทอร์เน็ต เกี่ยวกับการก่อตั้งบอยแบนด์กลุ่มใหญ่ของ เอสเอ็ม เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ จนกระทั่งในตอนต้นของปี พ.ศ. 2548 เอสเอ็ม เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ได้ออกมายืนยันข่าวลือดังกล่าว พร้อมทั้งประกาศว่า บอยแบนด์กลุ่มดังกล่าวจะมีจำนวนสมาชิกทั้งสิ้นกว่า 12 คน และจะทำการเปิดตัวต่อสาธารณชนในช่วงก่อนสิ้นปี นอกจากนี้ ยังได้กล่าวเน้นว่า บอยแบนด์กลุ่มนี้จะกลายเป็น "ประตูสู่ความเป็นดาวแห่งเอเชีย ( The Gateway to Stardom of Asia )" ในขณะนั้น พวกเขาถูกเรียนขานว่า โอเวอร์ หรือ โอ.วี.อี.อาร์. ( O.V.E.R. ) ซึ่งย่อมาจาก "ยึดมั่นในท่วงทำนองของแต่ละจังหวะ ( Obey the Voice for Each Rhythm )" และในภายหลัง ได้กลายมาเป็น ซูเปอร์จูเนียร์ 05 ก้าวแรกของซูเปอร์จูเนียร์ในปัจจุบัน
ซูเปอร์จูเนียร์ได้ออกมาปรากฏตัวเป็นครั้งแรก ก่อนหน้าการเปิดตัวในวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2548 ทางสถานี M.NET ในรายการดังกล่าว ซูเปอร์จูเนียร์ได้แสดงการเต้นสไตล์ฮิบฮอปในหลากหลายรูปแบบ พวกเขาทั้งหมดเต้นร่วมกันในเพลง "Take It To The Floor" ของวง บีทูเค (B2K) นอกจากนั้น ฮันคยอง, อึนฮยอค และดงแฮ ยังได้เต้นเพลง "Caught Up" ของ อัชเชอร์(Usher) อีกด้วย แต่อย่างไรก็ดี รายการดังกล่าวไม่ได้ถูกนำออกอากาศ จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 รายการที่บันทึกไว้ได้กลายเป็นช่วงหนึ่งของรายการ "Super Junior Show" ซึ่งเป็นรายการสารคดีทางโทรทัศน์เรื่องแรกของพวกเขา

2548 - 2549 : เปิดตัวต่อสาธารณชน :
ภาพโปรโมตภาพแรกของซูเปอร์จูเนียร์
ซูเปอร์จูเนียร์ได้เปิดตัวและออกรายการโทรทัศน์ครั้งแรกที่สถานีเอสบีเอส ในรายการ "Ingigayo" หรือ "Popular Songs" เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนพ.ศ. 2548 พร้อมกับการแสดงในเพลง "Twins (Knock Out)" ซิงเกิลแรกของพวกเขา ซึ่งภายหลังจากการแสดงครั้งนั้น ซูเปอร์จูเนียร์ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟนเพลง และด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ทางต้นสังกัดตัดสินใจที่จะออกวางขายอัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกของซูเปอร์จูเนียร์ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2548 โดยที่ก่อนหน้านี้นั้นซูเปอร์จูเนียร์ ได้ออกซิงเกิลพิเศษที่มีชื่อว่า "Show Me Your Love" ร่วมกับสมาชิกร่วมค่ายอย่างวงดง บัง ชิน กิไปแล้ว เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2548
นอกจากความโด่งดังของซูเปอร์จูเนียร์ในประเทศเกาหลีใต้บ้านเกิดแล้ว พวกเขายังเป็นที่รู้จักในต่างประเทศอีกด้วยโดยเฉพาะในประเทศไทย ที่พวกเขาได้มีโอกาสไปร่วมงาน "พัทยามิวสิกเฟสติวอล 2006" เมื่อวันที่ 17 มีนาคม - 19 มีนาคม พ.ศ. 2549 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี นอกจากนี้ในประเทศจีนเองพวกเขาก็มีเว็บไซต์ที่เหล่าแฟนคลับทำขึ้น

2549 - 2550 : ซิงเกิล "U" และความสำเร็จ :
ภาพโปรโมตซิงเกิล "U" ครั้งแรกของการเป็น 13 คน
ในวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 เอสเอ็ม เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ตันสังกัดได้ประกาศสมาชิกคนที่ 13 คยูฮยอน ทำให้ซูเปอร์จูเนียร์ประกอบด้วยสมาชิกทั้งหมด 13 คน และพวกเขาได้ออกซิงเกิลใหม่ที่มีชื่อว่า "U" โดยได้เปิดให้ดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ของ เอสเอ็ม เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ฟรี ในวันที่ 25 พฤษภาคม และ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 ตามลำดับ เพื่อตอบแทนแฟนเพลงที่ให้การตอบรับซูเปอร์จูเนียร์เป็นอย่างดี โดยมียอดดาว์นโหลดกว่า 400,000 ครั้งภายใน 5 ชั่วโมง และยอดดาว์นโหลดรวมกว่า 1.4 ล้านครั้ง
ซีดีซิงเกิล "U" ได้ออกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2549 และสามารถขายได้กว่า 83,000 หน่วย
ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมิวสิกวิดีโอของพวกเขา ที่มีชื่อว่า "Dancing Out" ได้เริ่มออกอากาศตามสถานีโทรทัศน์ และซูเปอร์จูเนียร์ก็ได้ออกแสดงโปรโมทตามรายการโทรทัศน์สถานีต่างๆ โดยมิวสิกวีดีโอเพลงนี้ถ่ายทำกันที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อครั้งที่ซูเปอร์จูเนียร์ได้เป็นแขกรับเชิญพิเศษให้กับคอนเสิร์ตของนักร้องร่วมค่ายอย่าง ดง บัง ชิน กิ ที่จัดขึ้นที่นั่นในช่วงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2549 อย่างไรก็ดีเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้นถึง 2 เรื่องเมื่อคุณพ่อของดงเฮ 1 ในสมาชิกในวงเกิดเสียชีวิตลงอย่างกระทันหันด้วยอาการป่วยเรื้อรังเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2549 ทำให้สมาชิกในวงต้องเดินทางกลับไปยังเกาหลีใต้เพื่อร่วมพิธีศพที่จัดขึ้นในวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2549 หลังจากเสร็จสิ้นงานพิธีศพแล้ว ในระหว่างการเดินทางกลับของ 1 ในสมาชิกในวง ฮีชอล ได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้ต้องเข้ารับการผ่าตัดที่ขา ซึ่งแพทย์ระบุว่าฮีชอลนั้นต้องพักงานนานเป็นเวลากว่า 3-6 เดือนด้วยกัน[4] ส่งผลให้ซูเปอร์จูเนียร์จำเป็นต้องพักงานที่รับไว้ในช่วงหลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น 1 สัปดาห์เกือบทั้งหมด

2550 : อัลบั้มที่ 2 Don't Don
ภาพโปรโมตอัลบั้ม Don't Don
สืบเนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ของสมาชิกในวง ทำไห้โครงการสตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 2 ของซูเปอร์จูเนียร์ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด จนกระทั่ง Don't Don ได้รับการออกวางจำหน่ายในที่สุด เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2550 ซูเปอร์จูเนียร์ได้ร่วมกันขึ้นแสดงอีกครั้งเป็นครั้งแรกสำหรับการโปรโมทอัลบั้มชุดนี้ ที่รายการมิวสิกแบงก์ ทางสถานีเคบีเอส เมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2550 และการแสดงในครั้งนี้ก็นับเป็นแรกที่ทั้ง 13 คนได้ขึ้นแสดงพร้อมกันในรอบ 1 ปีอีกด้วย
Don't Don เปิดตัวด้วยอันดับที่ 1 บนชาร์ต โดยภายใน 7 วันหลังออกวางจำหน่าย สามารถทำยอดจำหน่ายได้กว่า 60,000 หน่วย[5] และหลังจากนั้น 3 เดือน Don't Don สามารถทำยอดจำหน่ายได้มากถึง 164,058 ชุด และกลายเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดของซูเปอร์จูเนียร์ นอกจากนี้ ยังรั้งอันดับ 2 ในชาร์ตอัลบั้มขายดีที่สุดในปี พ.ศ. 2550 เป็นรองแค่อัลบั้ม The Sentimental Chord ของเอสจีวอนนาบีที่รั้งอันดับหนึ่ง ด้วยยอดขายที่นำอยู่ราว 26,940 ชุด
จากผลงานอัลบั้ม Don't Don ซูเปอร์จูเนียร์มีชื่อเข้าชิงรางวัลในงาน 2007 M.NET/KM Music Festival ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ถึง 7 สาขา และสามารถคว้ารางวัลกลับบ้านได้ถึง 3 รายการ ได้แก่ Netizen Choice Award และ Mobile Popularity รวมไปถึงรางวัลใหญ่ที่สุดในงาน (แดแซง - Daesang) Best Artist of the Year. ซึ่งนับเป็นความสำเร็จอย่างสูงของซูเปอร์จูเนียร์และอัลบั้มชุดนี้ และจากความนิยมในตัวซูเปอร์จูเนียร์อย่างล้นหลามในประเทศไทย ทำให้ล่าสุด พวกเขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นทูตกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย - เกาหลีใต้ ในโอกาสครบรอบ 50 ปีของความสัมพันธ์อีกด้วย

2551 : ปีทองของซูเปอร์จูเนียร์และการบุกตลาดต่างประเทศ
เอสเอ็ม เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เตรียมเปิดตัวกลุ่มย่อยกลุ่มใหม่ ในชื่อซูเปอร์จูเนียร์ ไชนา ท่ามกลางการประท้วงของเหล่าแฟนคลับ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 3 เมษายน มีการแถลงข่าวของกลุ่มย่อยกลุ่มนี้ ภายใต้ชื่อ ซูเปอร์จูเนียร์ เอ็ม โดยตัวเอ็ม (M) ย่อมาจาก แมนดาริน ประกอบด้วยสมาชิกจากซูเปอร์จูเนียร์จำนวน 5 คนคือ ฮันกยอง , ดงเฮ , คยูฮยอน , รยออุค , ชีวอน และอีก 2 แขกรับเชิญพิเศษ คือ เฮนรี และ โจวมี
7 มิถุนายน ได้มีการเปิดตัวกลุ่ยย่อยใหม่อีกกลุ่มหนึ่งของซุปเปอร์จูเนียร์ ภายใต้ชื่อ ซูเปอร์จูเนียร์ แฮปปี้ (Super Junior Happy)  ที่งาน 2008 Dream Concert โดยมีสมาชิกคือ อีทึก , คังอิน , อึนฮยอค , ชินดง , ซองมิน และ เยซอง และ 35 ชั่วโมงหลังจากการจำหน่ายอัลบั้มก็สามารถทำยอดขายได้ถึง 3500 แผ่น และมียอดขายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะนี้ ซูเปอร์จูเนียร์ แฮปปี้ กำลังได้รับความนิยม และกระแสตอบรับอย่างดีจากแฟน ๆ
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ซูเปอร์จูเนียร์ได้เดินทางไปร่วมงาน เอ็มทีวี เอเชีย อวอร์ดส 2008 ที่จัดขึ้นที่เก็นติงไฮแลนด์ ประเทศมาเลเซีย พวกเขาได้ขึ้นแสดงเพลง "Mirror" "Don't Don" และ "A Man In Love" ซึ่งในงานนี้ ซูเปอร์จูเนียร์ได้รับรางวัล "ศิลปินยอดนิยมจากเกาหลี" อีกด้วย

2552 : อัลบั้มที่ 3 Sorry, Sorry
อัลบั้มลำดับที่ 3 ของซูเปอร์จูเนียร์ในชื่อ Sorry, Sorry ออกวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2552 โดยก่อนวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการนั้น มียอดจองอัลบั้มกว่า 150,000 ชุด และซูเปอร์จูเนียร์ได้ทำการขึ้นแสดงเพลง "Sorry, Sorry" ซิงเกิลแรกจากอัลบั้ม และเพลง "Why I Like You" ที่รายการมิวสิกแบงก์เพื่อประกาศถึงการกลับมา โดยท่าเต้นที่ใช้ในการแสดง รวมไปถึงในมิวสิกวิดีโอนั้น ได้รับการออกแบบโดยนิค แบส นักออกแบบท่าเต้นชื่อดัง
อัลบั้ม Sorry, Sorry ขึ้นอันดับหนึ่งในชาร์ตอัลบั้มขายดีของเกาหลีใต้ซึ่งมียอดจำหน่ายสูงถึง 200,000 ก็อปปี้ ส่วนซิงเกิล "Sorry, Sorry" นั้นก็ขึ้นอันดับหนึ่งในชาร์ตเพลงเช่นกัน
นอกจากนั้น single ที่ 2 ของซูเปอร์จูเนียร์ เพลง It's you หลังจากเปิดตัวได้เพียง 1 สัปดาห์ ก็สามารถครองอันดับ 1 ในชาร์ตต่างๆของเกาหลีได้ เช่น รายการมิวสิคแบง ของ KBS

สมาชิกในวงซูเปอร์จูเนียร์ :
สมาชิกของซูเปอร์จูเนียร์ บอยแบนด์จากประเทศเกาหลีใต้ มีจำนวนทั้งสิ้น 13 คน ประกอบด้วย อีทึก (หัวหน้าวง), ฮีชอล, ฮันกยอง, เยซอง, คังอิน, ชินดง, ซองมิน, อึนฮยอค, ดงเฮ, ซีวอน, รยออุค, คีบอม และคยูฮยอน ในจำนวน 13 คนนี้ มีเพียง ฮันกยอง เท่านั้นที่ไม่ใช่ชาวเกาหลีใต้ โดยเขาถือสัญชาติจีน และได้เข้ารับการทดสอบความสามารถหรือ ออดิชัน ที่เอสเอ็ม เอนเตอร์เทนเม้นท์จัดขึ้นในประเทศจีน
ซูเปอร์จูเนียร์ ยังมีสมาชิกพิเศษอีก 2 คน คือ เฮนรี และโจวมี ทั้งสองเป็นสมาชิกของซูเปอร์จูเนียร์ เอ็ม กลุ่มย่อยของซูเปอร์จูเนียร์ที่ตั้งขึ้นเป็นพิเศษสำหรับบุกตลาดในประเทศจีน

อีทึก
อีทึก หรือ ชื่อจริงว่า ปาร์ค จองซู (อังกฤษ: Park Jung Soo; เกาหลี: 정수 จองซู) ในภาษาเกาหลีแปลว่า ส่วนเติมแต่ง เพิ่มเติม หรือแปลได้อีกว่า ผู้มีความยุติธรรม ส่วนชื่อในวงการคือ อีทึก หรือ ลีทึก (อังกฤษ: Lee Teuk; เกาหลี: 이특) คำว่า ลีทึก ในภาษาเกาหลีนั้นแปลว่า พิเศษ

ข้อมูลส่วนตัว :
ตำแหน่ง: หัวหน้าวงซูเปอร์จูเนียร์ (พญาลิง)
เกิดวันที่: 1 กรกฎาคม ค.ศ. 1983
หมู่โลหิต: กรุ๊ป A
น้ำหนัก: 59 กิโลกรัม
ส่วนสูง: 178 เซนติเมตร
สีที่ชอบ: สีขาว ดำ น้ำเงิน แดง
คำพูดที่ติดปาก: นางฟ้าไร้ปีก,"ผมเซ็กซี่มั้ย"

การเริ่มเข้าสู่วงการ
เริ่มออดิชั่นเข้ามาเป็นศิลปินฝึกหัดในสังกัด เอสเอ็ม เอนเตอร์เทนเม้นท์ โดยผ่านการประกวด Casting System ในปี ค.ศ. 2000 เริ่มปรากฏตัวครั้งแรกในวงการบันเทิง ในละคร เรื่อง All About EVE ทางช่องเอ็มบีซี ในปี ค.ศ. 2000 ทางต้นสังกัดได้เคยตั้งโปรเจกต์พิเศษโดยใช้ชื่อว่า OK หรือ Pricor แต่ก็ได้ถูกยกเลิกไปในภายหลัง
ปัจจุบัน

ขณะนี้เป็นนักจัดรายวิทยุคู่กับ ลีฮยอกแจ (1 ในสมาชิกวงซูเปอร์จูเนียร์) ในชื่อรายการ Super Junior KISS THE RADIO หรือ SUKIRA 89.1 Cool FM.. ในเครือของ เคบีเอส ช่วงเวลา 20.00 - 22.00 (ตามเวลาในประเทศไทย) เริ่มจัดรายการครั้งแรก เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ. 2006
ทึกประวัติน้อยจริงจัง - -

ฮีชอล :
คิม ฮีชอล (เกิด 10 กรกฎาคม, พ.ศ. 2526) รู้จักกันในชื่อ ฮีชอล เป็น นักร้อง และผู้มีอายุมากที่สุดเป็นอันดับสองของบอยแบนด์จากเกาหลีใต้ ซูเปอร์จูเนียร์. เขายังมีชื่อ ซินเดอเรลล่า (신데렐라) จากแฟนของเขา และกลุ่มแฟนมักจะเรียกเขาว่า "ฮีนิม" (희님)และรวมถึง "ดอกไม้"(꽃). ทั้งนี้ ฮีชอลยังเรียกกลุ่มแฟนว่า "กลีบดอกไม้" (꽃잎)

ก่อนหน้าการเปิดตัว
ฮีชอลเกิดที่คังวอนโด ประเทศเกาหลีใต้ ในครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง เขามีพี่สาวหนึ่งคน คือ คิม ฮีจิน
เขาเข้ามาอยู่ภายใต้การจัดการของสังกัดเอสเอ็ม เอ็นเตอร์เทนเม้นท์หลังจากเขาออดิชั่นใน Starlight Casting System ในปีพ.ศ. 2545 ขณะที่เขาอาศัยอยู่ที่โซล ฮีชอลร่วมกับฮีโร่ แจจุง, ยูโนว ยุนโฮ และเพื่อนร่วมวงในอนาคต คังอิน ต้นสังกัดได้วางตัวพวกเขาในโปรเจกต์เล็กๆ ชื่อ โฟร์ซีซันส์ (Four Seasons) โดยสมาชิกสี่คนจะเป็นตัวแทนของสี่ฤดูในหนึ่งปี แต่กลุ่มที่ถูกคาดหวังไว้ก็ไม่ได้รับการเปิดตัว เมื่อสมาชิกสองคน ฮีโร่ แจจุง และ ยูโนว ยุนโฮ ได้ถูกเลือกให้อยู่ในกลุ่มบอยแบนด์ ทงบังชินกิ ที่ได้รับการเปิดตัวเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2546

อาชีพทางดนตรี
พ.ศ. 2548-ปัจจุบัน: ซูเปอร์จูเนียร์
ดูบทความหลักที่ ซูเปอร์จูเนียร์
เมื่อสมาชิกสองคนจากไป กลุ่มโฟร์ซีซันส์ก็ถูกยกเลิก สมาชิกที่เหลือสองคนของโฟร์ซีซันส์ ฮีชอล และ คังอิน ก็ถูกวางตัวในอีกกลุ่มโปรเจกต์ ซูเปอร์จูเนียร์ กับเด็กฝึกหัดอีกสิบคนในสังกัดเดียวกัน กลุ่มโปรเจกต์นี้ถูกจัดการไปด้วยดีและเปิดตัวในสองปีให้หลัง ในปีพ.ศ. 2548 ภายใต้ชื่อ ซูเปอร์จูเนียร์05 รุ่นแรกของซูเปอร์จูเนียร์
เมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2548 ในที่สุดฮีชอลก็ได้รับการเปิดตัว พร้อมกับสมาชิกอีกสิบเอ็ดคนในซูเปอร์จูเนียร์05 ทางช่อง SBS ในรายการ อินกิกาโย (Popular Songs) ทำการแสดงซิงเกิ้ลแรก "TWINS (Knock Out)" ซูเปอร์จูเนียร์ปล่อยอัลบัมเต็มของพวกเขาหนึ่งเดือนให้หลัง และอัลบัมเปิดตัวด้วยอันดับสามของ MIAK K-pop อันดับอัลบั้มรายเดือน [2] หลังจากซิงเกิ้ลที่สองของพวกเขา "Miracle" จบการโปรโมท ต้นสังกัดต้องการจะเพิ่มสมาชิกคนใหม่สำหรับซูเปอร์จูเนียร์รุ่นต่อไป ซูเปอร์จูเนียร์06 โดยที่ฮีชอลจะยังคงเป็นสมาชิกของซูเปอร์จูเนียร์ อย่างไรก็ตาม แผนการได้ถูกเปลี่ยนเมื่อต้นสังกัดเพิ่มสมาชิกคนที่สิบสาม คยูฮยอน และต้นสังกัดได้แถลงว่าซูเปอร์จูเนียร์06นั้น เป็นเพียงข่าวลือ ซูเปอร์จูเนียร์ได้เอา 05 ออกจากชื่อและกลายเป็น ซูเปอร์จูเนียร์ อย่างเป็นทางการ ซูเปอร์จูเนียร์ได้รับความนิยมหลังจากออกซิงเกิ้ลแรกของพวกเขา "U" ปีพ.ศ. 2549 ในฤดูร้อนถัดมา ซึ่งกลายเป็นซิงเกิ้ลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของซูเปอร์จูเนียร์ในอันดับเพลง นำให้มันเป็นเพลงอันดับหนึ่งของซูเปอร์จูเนียร์ในงานในวงการของพวกเขา
ต้นปีพ.ศ. 2550 ฮีชอลถูกวางตัวในกลุ่มย่อยของซูเปอร์จเนียร์ คือ ซูเปอร์จูเนียร์ ที กลุ่มย่อยเพลงทร็อทหกคน กลุ่มนี้ได้เปิดตัวเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 ในรายการ อินกิกาโย ด้วยเพลง "Rokuko!!!" ของพวกเขา ซูเปอร์จูเนียร์ ที ได้ออกซิงเกิ้ลแรก "Rokkugo!!!" เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 ในที่สุดก็มียอดขายถึง 45,998 แผ่นในปลายปี ถูกจับอันดับในตำแหน่งอันดับที่สิบหกของอัลบัมขายดีของปี และเป็นซิงเกิ้ลที่ขายดีที่สุดของปี[3] ซูเปอร์จูเนียร์ ทีหยุดกิจกรรมของกลุ่มย่อยตอนปลายปีพ.ศ. 2550 และในเดือนกันยายนถัดมา ซูเปอร์จูเนียร์ทั้งหมดได้ออกอัลบัมที่สองอย่างเป็นทางการของพวกเขา Don't Don ซึ่งได้กลายมาเป็นอัลบัมขายดีอันดับสองของปีนั้น
ฮีชอลได้มีส่วนร่วมกับเนื้อเพลงของซูเปอร์จูเนียร์อยู่บ่อยครั้ง ผลงานแรกของเขา ร่วมกับเพื่อนร่วมวง ชินดง และ อึนฮยอก เป็นเนื้อเพลงแร็พในเพลง "Show Me Your Love" ซิงเกิ้ลร่วมของซูเปอร์จูเนียร์และทงบังชินกิ

อาชีพทางโทรทัศน์และงานแสดง
พ.ศ. 2548-ปัจจุบัน: ขวัญใจวัยรุ่น
เช่นเดียวกันกับเพื่อนร่วมวง คิม คีบอม ฮีชอลได้ปรากฏตัวครั้งแรกในโทรทัศน์ด้วยฐานะนักแสดง และไม่ใช่ในฐานะสมาชิกของซูเปอร์จูเนียร์ เมื่อปีพ.ศ. 2548 เขาแสดงในละครวัยรุ่นเรื่อง Sharp 2 ซึ่งเขาได้แสดงร่วมกับคิม คีบอม หลังจากนั้นไม่นาน ฮีชอลก็กลายเป็นนักแสดงละครโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียง และทำให้เขาได้แสดงภาพยนตร์โฆษณาและรายการทางโทรทัศน์อยู่บ่อยครั้ง
ฮีชอลเพิ่มงานแสดงมากขึ้นอีกหลังจากซูเปอร์จูเนียร์เปิดตัว รับบทเด่นในละครซิทคอมวัยรุ่น เรนโบว์ โรมานซ์ ทางช่อง MBC ร่วมกับคิม คีบอม และเขาได้มาเล่นละครหลังข่าวเรื่องแรกทางช่อง SBS ชื่อเรื่อง ครอบครัวป่วน ก๊วนกำมะลอ (Bad Family) ก่อนหน้าที่เขาจะเปิดตัวในฐานะนักร้อง ฮีชอลได้เริ่มงานพิธีกรในรายการ KM Show! Music Tank หลังจากการเกิดตัวของซูเปอร์จูเนียร์ไม่นาน ฮีชอลก็ได้เปลี่ยนมาเป็นพิธีกรรายการ อินกิกาโย (Popular Songs) ทางช่อง SBS เขายังเคยเป็นดีเจในรายการวิทยุของเขา คือ SBS Power FM Youngstreet ร่วมกับพัก ฮีบอน แต่รายการก็เลิกจัดเมื่อกลางปีพ.ศ. 2549 นอกจากงานแสดง งานร้องเพลง และงานพิธีกรแล้ว ฮีชอลยังเป็นผู้ร่วมรายการที่คึกคักของรายการวาไรตี้โชว์ ปรากฏตัวบ่อยๆ ในรายการ เฮโรอีน 6, วิตามิน, สปอนจ์, เอกซ์-แมน และ เลิฟ เล็ทเทอร์

พ.ศ. 2551: ซานาดู
จาก 9 กันยายน ถึง 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ฮีชอลและคังอินเพื่อนร่วมวง จะได้รับการเปิดตัวในฐานะนักแสดงละครเพลงผ่านละครเพลงเรื่อง ซานาดู (Xanadu) ซานาดู เป็นภาพยนตร์เพลงในปีพ.ศ. 2523 นำแสดงโดย จีน เคลลี่ และ โอลีเวีย นิวตัน จอห์น ซานาดู เคยถูกนำมาทำใหม่ในการแสดงบรอดเวย์เช่นกัน ฮีชอลและคังอินจะแสดงในตัวละครเดียวกัน คือ Sonny ตามตารางเวลา การออดิชั่นและนักแสดงจะถูกเลือกตามขั้นตอนผ่านเรียลลิตี้ทีวี
ปัจจุบันฮีชอลมีผลงานประจำ รายการทางโทรทัศน์ 2 รายการคือ JoAhSeo(좋아서 หรือ คุณพ่อผู้แสนดี) ออกอาการทางช่อง SBS ทุกวันเสาร์ เวลา 17.15 (เกาหลี) และอีกหนึ่งรายการคือ Mnet Band of Brothers ร่วมกับ คังอิน (ซูเปอร์จูเนียร์) เจย์ และ จองโม (The Trax)ออกอากาศทุกวันเสาร์ทางช่อง Ment เวลา 23.30 (เกาหลี)

เหตุการณ์สำคัญ
อุบัติเหตุทางรถยนต์
ฮีชอลได้รับบาดเจ็บครั้งใหญ่จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ที่เกิดขึ้นคืนของวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2549 ขณะที่เขากำลังมุ่งหน้าสู่กรุงโซลจากมกโพ ที่เขาได้ไปร่วมงานศพของพ่อของทงเฮ สมาชิกซูเปอร์จูเนียร์ ล้อรถยนต์ได้ทำงานผิดปกติในขณะรถกำลังพยายามเปลี่ยนเลน จากอุบัติเหตุครั้งนี้ กระดูกขาซ้ายของเขาได้แตกสี่ถึงห้าที่ รวมไปถึงกระดูกโคนขา, เข่า, และข้อเท้า ซึ่งต้องการการผ่าตัดถึง 6 ชั่วโมงและต้องเข้ารับการรักษาการบาดเจ็บอีกหลายจุด รวมทั้งลิ้นที่ฉีกขาดซึ่งต้องเย็บ เขาได้ถูกแนะนำให้หยุดกิจกรรมทั้งหมดในช่วงสิบสองสัปดาห์ เขาได้ออกจากโรงพยาบาลเมื่อ 13 กันยายน พ.ศ. 2549 และได้รับการรักษาเป็นคนไข้นอก เขากลับไปโรงพยาบาลเพื่อทำการผ่าตัดครั้งที่สองเพื่อนำแท่งเหล็กในขาของเขาออกบางส่วน เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2549 เขากลับไปทำงานในระยะเวลาสั้นๆ ตอนปลายเดือนตุลาคมเพื่อถ่ายทำสามตอนสุดท้ายของละครซิทคอมวัยรุ่น เรนโบว์ โรมานซ์ ทางช่อง MBC ในขณะที่ยังใส่เฝือกและนั่งรถเข็น มันยังไม่ถึงปลายเดือนธันวาคมดีเมื่อฮีชอลกลับไปทำงานเดี่ยวของตัวเอง อย่างเช่นรายการวาไรตี้โชว์และงานพิธีกร ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 เขาก็สามารถร่วมแสดงบนเวทีในฐานะสมาชิกของ ซูเปอร์จูเนียร์ ที ได้ เขาเริ่มแสดงร่วมกับซูเปอร์จูเนียร์ทั้งหมด (ซึ่งต้องเต้นเป็นประจำและต้องใช้กำลังมากกว่าซูเปอร์จูเนียร์ ที) ในปลายเดือนเมษายนและต้นเดือนพฤษภาคม เหล็กห้าชิ้นที่ยังอยู่ในขาของเขา ซึ่งจะต้องได้รับการผ่าตัดออกหลังจากนี้

ฮันคยอง :
ฮันกยอง หรือ (ภาษาอังกฤษ:Han Geng; ภาษาจีน:韩庚 หานเกิง; ภาษาเกาหลี:한경) เป็นสมาชิกชาวจีนเพียงคนเดียวในวงซูเปอร์จูเนียร์ เขาได้รับการเชื้อเชิญมาเป็นศิลปินฝึกหัดในสังกัด SM Entertainment เมื่อตอนอายุ 19 ปี หลังจากที่ชนะการประกวด H.O.T. China Audition จนได้มาเป็นหนึ่งในวงซูเปอร์จูเนียร์ และเมื่อไม่นานมานี้ เขาได้เป็นหัวหน้าวง Super Junior - M ที่ต้องไปทำผลงานเพลงบุกตลาดในประเทศจีน โดยในอัลบั้ม Super Junior - M นี้มีนักร้องชาวจีน 2 คนเข้ามาร่วมทำงานด้วย นั่นก็คือ เฮนรี่ และ โจวหมี่ ส่วนวงซูเปอร์จูเนียร์ ที่ได้ร่วมทำงานในยูนิตนี้มีห้าคน คือ ฮันกยอง ทงเฮ ซีวอน คยูฮยอน และ รยออุค
นอกจากผลงานเพลงร่วมกับวงซูเปอร์จูเนียร์ ฮันกยองยังได้ทำงานร่วมกับนักร้องสาวชาวจีนที่อยู่ในสังกัดเดียวกันคือจางรีอิน โดยการถ่ายทำมิวสิควีดีโอเพลง Timeless ,I will และ Lovers โดยงานนี้ได้ทำการถ่ายทำร่วมกับเพื่อนร่วมวงกับ ชเวซีวอน และนักแสดงสาวอย่าง อียอนฮี

ประวัติ
ชื่อจริง : หานเกิง HanGeng
ชื่อในวงการ : ฮันกยอง HanKyung
วันเกิด : 9 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1984

เยซอง :
คิม จงอุน (เกาหลี: 김종운, อังกฤษ: Kim Jongwoon, เกิด 24 สิงหาคม ค.ศ. 1984) หรือ ชื่อในวงการ เยซอง (เกาหลี: 예성, อังกฤษ: Yesung) เป็นหนึ่งในสมาชิกซูเปอร์จูเนียร์ และอยู่ในกลุ่มซูเปอร์จูเนียร์ เค.อาร์.วาย.และซูเปอร์จูเนียร์ แฮปปี้

ประวัติ :
วันเกิด: 24 สิงหาคม พ.ศ. 2527
กรุ๊ปเลือด: AB
น้ำหนัก: 64 กิโลกรัม
ส่วนสูง: 178 เซนติเมตร
สีที่ชอบ: สีดำ แดง
งานอดิเรก: ร้องเพลง, ฟังเพลง, ออกกำลังกาย
เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิง: ปี ค.ศ. 2001 โดย Starlight Casting System
ผลงานอื่นๆ:
ชนะเลิศ "ChunAn Music Competiton"
ชนะเลิศสาขา Best singer ในการประกวด SM Youngster contest ครั้งที่ 3
SBS 'I like Sunday X-Man'

คังอิน :
คังอิน (อังกฤษ: Kung In; เกาหลี: 강인) เป็นนักแสดง, นักร้อง, นักเต้นชาวเกาหลีใต้ และเป็นสมาชิกของซูเปอร์จูเนียร์บอยแบนด์ สัญชาติเกาหลีใต้

เริ่มเข้าวงการ
คังอิน เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิง ปี ค.ศ. 2002 โดยชนะเลิศสาขา Most handsome ในการประกวด SM Youngster contest

ชินดง :
ชินดง หรือ ชินดงฮี (อังกฤษ: Shin Dong; เกาหลี: 신동) เป็นหนึ่งในสมาชิกวงซูเปอร์จูเนียร์

ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อในวงการ: ชินดง
ชื่อจริงในภาษาอังกฤษ: Sin Dong Hoe
ชื่อจริงในภาษาเกาหลี: 신동희
วันเกิด: 28 กันยายน พ.ศ. 2528
ส่วนสูง: 178 เซนติเมตร
กรุ๊ปเลือด: O
ความสามารถพิเศษ: การแสดง, เต้นรำ
อาชีพ: นักร้องแร็พ, นักเต้น, นักร้อง, พิธีกรรายการโทรทัศน์, ดีเจ
เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิง: ปี ค.ศ. 2005 โดยชนะเลิศสาขา Best gag, Best of the Best ในการประกวด SM Youngster contest
ผลงานอื่นๆก่อนเข้าวงการ
ชนะเลิศสาขา Best Dancer ในการประกวด GoYang City Youth Contest (ก.ค. 2002)
ชนะเลิศสาขา Best Dancer ในการประกวด GoYang City Youth Contest (ก.ค. 2003)
ชนะเลิศ Golden award and Popularity award from M-net EPPY Competition (ต.ค. 2004)

ประวัติ
ชินดง เป็นสมาชิกที่มีอายุลำดับที่ 6 ของวงซูเปอร์จูเนียร์ ชินดงเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในสิ่งที่เขารัก นั่นก็คือการเต้น เขาอาจเป็นนักร้องที่ร้องเพลงได้ไม่ไพเราะน่าฟังเหมือนกับสมาชิกคนอื่นๆ เช่น เยซอง รยออุค เป็นต้น แต่สิ่งที่เขามีเหมือนกับอึนฮยอค ซึ่งก็คือ "การเต้น" และ "การร้องท่อนแร๊พ" ชินดงเป็นนักเต้นที่เก่งเป็นอันดับ 4 ของเอสเอ็ม เอนเตอร์เทนเม้นท์ รองจากอึนฮยอคที่ได้อันดับ 3
ชินดงมีความสามารถในการเต้นที่โดดเด่น อีกทั้งชอบร้องและแต่งท่อนแร๊พประกอบหลายๆเพลงร่วมกับอึนฮยอคเสมอ อุปนิสัยที่น่ารักของชินดงคือการสร้างเสียงหัวเราะให้กับคนอื่นๆ เขามักจะมีมุขตลกหรือคำพูดง่ายๆแต่ฟังแล้วขำมาเล่นให้ดูอยู่เสมอ เพราะความเป็นธรรมชาติและความสนุกสนาน ทำให้รายการใดก็ตามที่เขาไปร่วมด้วยนั้นมีแต่ความเฮฮาและเสียงหัวเราะ ถึงแม้ว่าเมื่อก่อนชินดงเป็นสมาชิกคนเดียวที่มีรูปร่างอ้วนที่สุด และเคยมีน้ำหนักมากที่สุดถึง 115 กิโลกรัม แต่ปัจจุบันเขาสามารถลดน้ำหนักลงมาได้ 16 กิโลกรัม จาก 100 กิโลกรัมเมื่อประมาณเดือนสิงหาคม เพราะว่าเขาได้เข้าร่วมรายการหนึ่ง ของ M-net ที่เกี่ยวกับการเต้น นับว่าเป็นการออกกำลังกายที่ได้ผลมากสำหรับเขา ทำให้เขาภูมิใจในคางที่โผล่ออกมาแทนที่ไขมันแล้ว

วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555


ตำนานดอกลั่นทม

   มีเรื่องราวเล่าต่อ ๆ กันมาว่า แต่ก่อนนี้ ดอกลั่นทมมีเพียงสีขาวบริสุทธิ์
และเป็นที่รักยิ่งของเทพแห่งแสงจันทร์ ทุกคืนที่แสงจันทร์สาดส่อง
ดอกลั่นทมจะอวลกลิ่นหอมขจรไกล มีเทพแห่งแสงจันทร์เคียงใกล้อยู่ไม่ห่าง
แต่เมื่อถึงคืนแรมอันไร้จันทร์ ดอกลั่นทม และเทพแห่งแสงจันทร์ก็โศกเศร้า
ทุกคราวที่ต้องพรากจากกัน

จนในคืนหนึ่ง เทพแห่งแสงจันทร์จึงเอ่ยชวนให้ดอกลั่นทมไปอยู่ด้วยกันบนดวงจันทร์
แต่ ณ ที่นั้น ไม่มีหลากสีสันเช่นบนพื้นโลก
ทุกสิ่งล้วนอาบน้ำค้างแสงจันทร์จนเป็นสีเหลืองเรืองรอง


" ก่อนอื่นต้องใช้น้ำค้างแสงจันทร์ระบายให้ทั่วกลีบดอก พุ่มใบและลำต้นของเธอเสียก่อน "
เทพแห่งแสงจันทร์กล่าว แต่ทำอย่างไรจึงจะนำน้ำค้างแสงจันทร์ลงมายังพื้นดินได้
ทันใดนั้นเทพแสงจันทร์พลันเหลือบไปเห็นดอกไม้สีขาวอีกชนิดหนึ่งซึ่งแย้มบานอยู่ใกล้ต้นลั่นทม
" กรวยของดอกไม้นี้ลึกพอที่จะใช้ใส่น้ำค้างได้ "
เทพแห่งแสงจันทร์กล่าวอย่างยินดี


ดังนั้นเทพแห่งแสงจันทร์จึงนำดอกไม้สีขาวกลับไปยังดวงจันทร์เพื่อใช้บรรจุหยาดน้ำค้าง
เมื่อกลับมาที่ต้นลั่นทมอีกครั้ง
เทพแห่งแสงจันทร์ใช้พู่ดอกหญ้าจุ่มน้ำค้างแสงจันทร์จากกรวยดอกไม้
และเริ่มระบายลงที่กึ่งกลางดอกลั่นทมอย่างแผ่วเบา
ยังผลให้ส่วนกลางของดอกไม้กลายเป็นสีเหลืองสดใส
แต่ทว่าเมื่อเทพแห่งแสงจันทร์จุ่มพู่กันลงในกรวยดอกไม้เป็นครั้งที่สาม
เขาพบว่าในนั้นไม่มีน้ำค้างแสงจันทร์หลงเหลืออยู่เลย
และดอกไม้แต่เดิมที่เคยเป็นสีขาวบริสุทธิ์
ก็กลับกลายเป็นสีเหลืองสดใสไปทั้งดอก


" ดอกไม้ที่ร้ายกาจขโมยน้ำค้างแสงจันทร์ไปเสียหมด "
เทพแห่งแสงจันทร์ร้องอย่างโกรธแค้น
" ฉันไม่ได้ตั้งใจและไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรด้วย "
ดอกไม้สีเหลืองปฏิเสธ แต่เทพแห่งดวงจันทร์ไม่รับฟัง
ผลุนผลันกลับไปยังดวงจันทร์อย่างรีบร้อน
มีเวลาเพียงแค่คืนนี้เท่านั้น ที่น้ำค้างจะเปลี่ยนสีของดอกลั่นทมได้
เมื่อใดที่แสงอาทิตย์สาดมาต้อง
ต่อให้ใช้น้ำค้างแสงจันทร์มากเท่าไรก็ไม่อาจเปลี่ยนสีของดอกไม้ได้อีก


เทพแห่งแสงจันทร์กลับมาหาดอกลั่นทมอีกครั้ง ด้วยความโศกเศร้า
ดวงดาวที่เหนื่อยล้าดื่มกินน้ำค้างแสงจันทร์หมดสิ้น
ไม่เหลือน้ำค้างแม้เพียงสักหยดเดียวสำหรับดอกลั่นทม ก่อนรุ่งอรุณ
ทั้งสองลาจากกันด้วยความเศร้าระทม แต่ต่างให้สัญญาว่าจะมั่นคงกันตลอดไป


ดอกไม้สีขาวรู้สึกละอายใจ ที่เป็นเหตุแห่งความเศร้านี้
จนไม่กล้าบานรับแสงจันทร์ได้เหมือนอย่างเคย มันแย้มกลีบบานเวลาเช้าตรู่
และนอนหลับตลอดคืนอันยาวนาน จนกลายเป็นดอกไม้บานของเวลาเช้าในที่สุด
แต่สำหรับดอกลั่นทม ยังคงเศร้าใจอยู่ไม่คลาย
สีเหลืองของน้ำค้างแสงจันทร์ที่ระบายไว้
คอยย้ำเตือนให้มันระลึกถึงเรื่องราวอันแสนเศร้านี้อยู่เสมอ ๆ
ลั่นทมจึงกลายเป็นดอกไม้แห่งความเศร้าระทมตั้งแต่นั้นมา


สำหรับดิฉันแล้ว เชื่อค่ะว่าความรักและความห่วงใยมันจะส่งผ่านถึงกันได้เสมอ ไม่ว่าระยะทางจะห่างไกลแสนไกลซักแค่ไหน ขอเพียงแต่ "ผู้ให้" ส่งออกไปด้วยความจริงใจ ส่วน "ผู้รับ" ก็เปิดใจ แล้วยิ้มรับไว้ด้วยความยินดี เพียงแค่นี้ก็จะไม่มีอะไรที่สูญหายไประหว่างระยะทางและกาล

ตำนานลาเวนเดอร์

             คำว่า "ลาเวนเดอร์"มีที่มาจากภาษาลาติน "lavare" หมายถึง "ชำระล้าง" ซึ่งคนสมัยก่อนก็นิยมใช้พืชหอมสารพัดประโยชน์ชนิดนี้กันอย่างแพร่หลาย ในช่วงที่มีโรคติดต่อระบาดในกลุ่มชาวเปอร์เซียน กรีก และโรมัน พวกเขาจะนำกิ่งของดอกลาเวนเดอร์มาเผา เพื่อป้องกันโรคติดต่อระบาด ในช่วงต้นศตวรรษที่ประเทศฝรั่งเศส หญิงรับจ้างซักผ้า (washerwomen) ก็ยังใช้ดอกลาเวนเดอร์แช่ไว้ในอ่างอาบน้ำ พวกเขาจะวางดอกลาเวนเดอร์ไว้ในตะกร้าผ้าและตามตู้เพื่อให้ผ้าลินินมีกลิ่นหอม และป้องกันแมลง

เรื่องของดอกลาเวนเดอร์มีที่มาแตกต่างกันไป แต่กระนั้นก็ยังถือเป็นพืชในตระกูล "Lamiaceae" โดยล็อกซิทานจะเลือกใช้เฉพาะดอกลาเวนเดอร์แท้ (Lavandula Angustifolia and Lavandula Stoechas) ไม่ว่าจะด้วยการปลูกหรือขึ้นเองตามธรรมชาติ เพราะลาเวนเดอร์ 2 สายพันธุ์นี้จะให้เอสเซนเชี่ยล ออยล์คุณภาพสูง ซึ่งเป็นที่ยอมรับทั่วโลกและนิยมใช้ในการผลิตน้ำหอม การผลิตทางเคมี หรือศาสตร์บำบัด

ไฟน์ลาเวนเดอร์
(Lavandula Angustifolia)

 Angustifolia หมายถึง ใบไม้ใบเล็กๆ พืชชนิดนี้เติบโตในดินบนพื้นที่แคบๆ และมีลำต้นเรียวเล็ก สีฟ้าอ่อน และไม่ชอบความแออัด นับแต่ปี 1981 ผู้ผลิตลาเวนเดอร์จากที่ราบสูงแห่งแคว้นโพรวองซ์ได้รับมาตราฐานกระบวนการผลิต ที่เรียกว่า A.O.C. (Apellation d'Origine Controlee) ซึ่งรับประกันถึงคุณภาพเอสเซนเชียลออยล์ที่ผลิตได้ เพื่อแข่งขันกับสายพันธุ์บัลกาเรียน ฉลากนี้บ่งชี้ถึงคุณภาพชั้นสูงในการผลิต โดยล็อกซิทานได้สกัดเอสเซนเชียลออยล์จากชาวไร่ในเมือง Sault และพื้นที่โดยรอบ และจะสั่งซื้อดอกลาเวนเดอร์ A.O.C. จากที่ราบสูงโพรวองซ์ถึงเกือบ 20 % ของจำนวนที่ผลิตได้ ซึ่งเราจะใช้แต่เอสเซนเชียลออยล์จากดอกลาเวนเดอร์ A.O.C. เท่านั้น

ด้วยความพิถีพิถันต่างๆ เอสเซนเชี่ยลออยล์จากลาเวนเดอร์ของ L'OCCITANE จึงได้รับการรับรองคุณภาพ A.O.C. จากกระทรวงสาธารณสุข ประเทศฝรั่งเศส

The A.O.C. (Apellation de Origin Controlee) คือ ตราสัญลักษณ์ที่รับรองคุณภาพสายพันธุ์ของพืชที่ทำการเพาะปลูก ตลอดจนถึงคุณภาพของผลผลิต โดยรัฐบาลฝรั่งเศสจะมอบสัญลักษณ์สำคัญนี้ให้ก็ต่อเมื่อได้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในทุกๆ ด้านที่เป็นข้อกำหนดอย่างเข้มงวดทุกข้อเท่านั้น และมีอายุการรับรองเพียง 1 ปีเท่านั้น 

สถานที่ปลูกต้องอยู่เหนือระดับน้ำทะเล 800 - 1,200 เมตร

น้ำมันต้องได้มาจากการต้มกลั่นดอกลาเวนเดอร์บริสุทธิ์ด้วยไอน้ำ (มิใช่จากสารละลาย)
กระบวนการผลิตต้องผ่านการตรวจสอบจากรัฐบาล ตัวอย่างต้องได้รับการทดสอบต่างๆ
ผลผลิตของเอสเซนเชี่ยลออยล์ต้องอยู่ที่ 25 ก.ก. / พื้นที่ปลูก 10,000 ตร.ม.
ต้องเป็นเอสเซนเชี่ยลออยล์บริสุทธิ์ที่ไม่มีสิ่งเจือปนใดๆ
ต้องได้รับใบรับรองคุณภาพจาก INAO (Institut National des Appellations d'Origine)

ดอกลาเวนเดอร์คุณภาพสูงจะเก็บเกี่ยวได้ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมถึงปลายเดือนสิงหาคม เพราะเป็นช่วงที่ดอกลาเวนเดอร์ผลิตเอสเซนเชี่ยลออยล์ได้มากที่สุด โดยช่วงเวลาเก็บเกี่ยวดอกลาเวนเดอร์ในแต่ละที่แตกต่างกันออกไปตามระดับความสูง และความชื้นของสภาพอากาศ โดยระดับความสูงจะเป็นปัจจัยหลักในกระบวนการผลิตเอสเซนเชี่ยลออยล์ ยิ่งสูงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเพิ่มปริมาณเอสเซนเชี่ยลออยล์ได้มากเท่านั้น

สรรพคุณของดอกลาเวนเดอร์ในเรื่องเวชสำอางค์

เอสเซนเชียลออยล์จากดอกลาเวนเดอร์จะนิยมใช้กันโดยทั่วไป ด้วยคุณสมบัติในการผ่อนคลายและระงับประสาท จึงช่วยระงับความตึงเครียดและทำให้หลับสบาย อุดมไปด้วยกลิ่นหอมผ่อนคลาย ทั้งยังเลื่องชื่อในสรรพคุณการฆ่าเชื้อ สามารถรักษาบาดแผลเล็กๆ แค่พียงสูดดม ก็สามารถช่วยลดอาการเจ็บคอและหลอดลมได้ นอกจากนี้ ดอกลาเวนเดอร์ยังสามารถใช้ผสมน้ำอาบ เพื่อรักษาอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ และยังช่วยฆ่าเชื้อ ต่อต้านการอักเสบ รักษาบาดแผล ผวิหนังที่ระเคยเคือง พุพองได้เป็นอย่างดี

คุณจึงวางใจได้ในผลิตภัณฑ์จากลาเวนเดอร์ของ L'OCCITANE ทุกชิ้น สัมผัสถึงความสุขและความทรงจำเมื่อยามหลับตาสูดกลิ่นกรุ่นของสายลมแห่งโพรวองซ์เมื่อยามพัดผ่านทิวทุ่งลาเวนเดอร์ ประหนึ่งได้ยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งลาเวนเดอร์อย่างแท้จริง

สรรพคุณนานัปการของดอกลาเวนเดอร์
เพื่อประพรมบนผ้าลินิน - เราจะวางถุงลาเวนเดอร์เล็กๆ ไว้ในลิ้นชัก หรือตู้เสื้อผ้า
เพื่อช่วยให้หลับสบาย - หยดลาเวนเดอร์เอสเซนเชี่ยลออยล์ 2- 3 หยด ลงบนหมอนก่อนเข้านอน
เพื่อช่วยในระบบย่อยอาหาร - เพียงผสมดอกลาเวนเดอร์เข้าด้วยกัน
เพื่อผ่อนคลายความเครียด - ฉีด หรือ พ่นลาเวนเดอร์เอสเซนเชี่ยลออยล์ในห้องของคุณ
เพื่อลดอาการอักเสบจากบาดแผลไหม้, แมลงกัดต่อย, และไมเกรน - เพียงหยดลาเวนเดอร์ 2-3 หยดลงบนผิวหนัง
เพื่อใช้อาบน้ำและช่วยผ่อนคลาย - หยดลาเวนเดอร์เอสเซนเชี่ยลออยล์ 2-3 หยด ผสมเข้ากับนม เพราะลาเวนเดอร์ออยล์ไม่ละลายในน้ำ


ภาพความทรงจำของโอลิวิเย่ร์ โบส์ซอง
"ฉันเติบโตขึ้นในทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่กำลังผลิบาน โลกใบนี้ช่างสวยงาม เปรียบเหมือนกระจกที่สะท้อนเห็นภาพท้องฟ้าสีครามไปทั่วทั้งทิวทุ่งดอกลาเวนเดอร์ มันเป็นช่วงเวลาอันสวยงามของฤดูร้อน เพราะทิวเขา Contadour ถูกปกคลุมไปด้วยดอกลาเวนเดอร์สีฟ้า ยามฉันหลับตาลง ฉันจะได้กลิ่นหอมฟุ้งของดอกไม้ที่ฝูงผึ้งยังมิอาจต้านทาน ณ ที่ราบสูงแห่งแคว้นโพรวองซ์แห่งนี้ ที่ซึ่งผู้คนยอมนั่งคุกเข่า เพื่อเก็บเกี่ยวดอกไม้ของเขา ราวกับว่าเขากำลังทำความเคารพเทพเจ้ายังไงยังงั้น






ประวัติกล้วยไม้

กล้วยไม้เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ในวงศ์ Orchidaceae เป็นไม้ตัดดอกยอดนิยม เนื่องจากมีลักษณะดอกและสีสันลวดลายสวยงาม เป็นไม้ตัดดอกที่มีอายุการใช้งานได้นาน กล้วยไม้เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญของไทย เพราะเป็นไม้ส่งออกขายต่างประเทศทำรายได้เข้า ประเทศปีละหลายร้อยล้านบาท มีการปลูกเลี้ยงอย่างครบวงจร ตั้งแต่การผสมเกสร เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เลี้ยงลูกกล้ายไม้ เลี้ยงต้นกล้ายไม้จน กระทั่งให้ดอก ตัดดอกบรรจุหีบห่อและส่งออกเอง
แหล่งกำเนิดกล้วยไม้ป่าที่สำคัญของโลกมี 2 แหล่งใหญ่ๆ ด้วยกันคือ ลาตินอเมริกา กับเอเชียแปซิฟิค สำหรับในลาตินอเมริกาเป็น อาณาบริเวณอเมริกากลางติดต่อกับเขตเหนือของอเมริกาใต้ ส่วนแหล่งกำเนิดกล้วยไม้ป่าในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค มีประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง จากการค้นพบประเทศไทยมีพันธุ์กล้วยไม้ป่าเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยต่อการเจริญงอกงามของ กล้วยไม้มาก และกล้วยไม้ป่าที่ในพบในภูมิภาคแถบนี้มีลักษณะเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง แตกต่างจากกล้วยไม้ในภูมิภาคลาตินอเมริกา

การปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ในประเทศไทย จากการสำรวจในอดีตพบว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีกล้วยไม้อยู่ในป่าธรรมขาติ ไม่ต่ำกว่า 1,000 ชนิด ทั้งประเภทที่พบอยู่บนต้นไม้ บนพื้นผิวของภูเขาและบนพื้นดิน สรุปได้ว่าสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของประเทศไทยเอื้ออำนวยแก่การเจริญงอกงาม ของกล้วยไม้เป็นอย่างมาก ในอดีตชาวชนบทของไทย โดยเฉพาะในแหล่งที่เคยมีกล้วยไม้ป่าอุดมสมบูรณ์ ได้นำกล้ายไม้ป่ามาปลูกเลี้ยงโดยเลียนแบบธรรมชาติ โดยนำกล้วยไม้มาปลูกไว้กับต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ไกล้ๆ บ้านเรือน การเลี้ยงกล้วยไม้เริ่มเปลี่ยนมาเป็นการปลูกเลี้ยงอย่างจริงจังโดยชาวตะวัน ตกผู้หนึ่ง ที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย เห็นว่าสภาพแวดล้อมของประเทศไทยเหมาะสมสำหรับการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ จึงได้สร้างเรือนกล้วยไม้อย่างง่ายๆ และนำเอากล้วยไม้ป่าจากเขตร้อนของอเมริกา ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดกล้วยไม้ป่าแหล่งใหญ่แหล่งหนึ่งของโลก ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากกล้วยไม้ในเอเชียและเอเซียแปซิฟิค โดยนำมาปลูกเลี้ยงเป็นงานอดิเรกในขณะเดียวกันก็มีเจ้านายชั้นสูงและบรรดา ข้าราชการที่ใกล้ชิด ให้ความสนใจเลี้ยงกล้วยไม้เป็นงานอดิเรกเช่นกัน นอกจากนั้นก็ยังมีกลุ่มบุคคลสูงอายุซึ่งเลี้ยงกล้วยไม้เพื่อความสุขทางใจ การปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ อย่างไรก็ตามการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ยังคงจำกัดอยู่ในวงแคบ คือ ในกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มผู้มีเงินในยุคนั้น และเป็นการปลูกเลี้ยงที่นิยมกล้วยไม้พันธุ์ต่างประเทศ ส่วนกล้วยไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในป่าของประเทศไทยจะนิยมและยกย่องเฉพาะพันธุ์ ที่หายากและมีราคาแพง
หลังการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในปี 2475 สภาพการเลี้ยงก็ยังคงจำกัดอยู่ในวงแคบเช่นเดิม แต่ผลงานเกี่ยวกับการผสมพันธุ์กล้วยไม้ในต่างประเทศเริ่มมีอิทธิพลกระตุ้น ให้ผู้เกี่ยวข้องกับวงการกล้วยไม้ในประเทศไทยสนใจกล้วยไม้ลูกผสมมากขึ้น มีการสั่งกล้วยไม้ลูกผสมจากประเทศในทวีปยุโรป สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย เพื่อนำเข้ามาปลูกเลี้ยงในประเทศไทย การพัฒนาการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ เป็นไปอย่างจริงจัง เมื่อประมาณปี 2493 โดยได้มีการวิจัย นับตั้งแต่การรวบรวมปลูกในระดับพื้นฐาน ต่อมาในปี 2497 ได้เริ่มเปิดการฝึกอบรมการเลี้ยงกล้วยไม้ให้แก่ประชาชนผู้สนใจทั่วไป และมีการจัดตั้งชมรมกล้วยไม้ขึ้นในปี 2498 ซึ่งต่อมาได้รับการสถาปนาเป็นสมาคมกล้วยไม้เมื่อปี 2500 และในปีเดียวกันนี้ ได้เริ่มมีการนำเอาความรู้ในเรื่องกล้วยไม้และแนวความคิดในการพัฒนาวงการ กล้วยไม้ออกเผยแพร่ทั้งทางโทรทัศน์และวิทยุ และมีการผลิตเอกสารสิ่งพิมพ์เผยแพร่ ทำให้วงการกล้วยไม้ของประเทศไทย ขยายตัวออกไปอย่างกว้างขวาง จนกระทั่งมีการจัดตั้งสมาคมและสโมสรเกี่ยวกับกล้วยไม้ขึ้นในภาคและจังหวัด

 ต่างๆ ในปี 2501 ได้มีการเปิดการสอนวิชากล้วยไม้ขึ้นในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นครั้งแรก เพื่อผลิตนักวิชาการและพัฒนางานวิจัยกล้วยไม้ของประเทศ และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้การปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ไม่ได้จำกัดอยู่ภายในวง แคบอีกต่อไป จากการส่งเสริมดังกล่าว ทำให้มีการนำเข้ากล้วยไม้ลูกผสมจากต่างประเทศ เช่น จากฮาวายและสิงคโปร์จำนวนมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ที่มีความรู้หันมารวบรวมพันธุ์ผสมและเพาะพันธุ์จากพ่อแม่พันธุ์ใน ประเทศ ทั้งที่เป็นพ่อแม่พันธุ์จากป่า และลูกผสมที่สั่งเข้ามาแล้วในอดีต ปี 2506 วงการกล้วยไม้ของไทยได้เริ่มมีแผนในการขยายข่ายงานออกไปประสานกับวงการกล้วย ไม้สากล เพื่อยกระดับวงการกล้วยไม้ในประเทศให้ทัดเทียมกับต่างประเทศ ปี 2509 เริ่มการทำสวนกล้วยไม้ตัดดอกอย่างจริงจัง เมื่อไทยเริ่มส่งออกกล้วยไม้ไปสู่ตลาดต่างประเทศในยุโรปตะวันตก เช่น สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน เนเธอร์แลนด์ และอิตาลี ต่อมาจึงขยายตลาดไปสู่ประเทศญี่ปุ่น แคนาดา และบางรัฐของสหรัฐอเมริกา.


ตำนานดอกเบญจมาศ

ในญี่ปุ่นมีเรื่องเล่าของ ดอกเบญจมาศ ว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ คิกุโนะ กับสามีของเธอรักกันมาก แต่สามีเป็นคนขี้โรคป่วยกระเสาะกระแสะตลอดเวลา วันหนึ่งคุณหมอก็แจ้งข่าวร้ายว่าสามีของเธอคงจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียงเดือนเดียว คิกุโนะได้ฟังก็เสียใจ รีบวิ่งไปอธิษฐานกับพระในศาลเจ้าขอให้สามีของเธอมีชีวิตยืนยาวกว่านั้น จากนั้นเธอก็เผลอหลับและฝันไป 

ในความฝันมีคนแก่คนหนึ่งมาบอกคิกุโนะว่าถ้าหาดอกไม้มาบูชาเทพเจ้าได้มากกลีบเท่าไหร่ ท่านก็จะให้สามีของเธออยู่ไปนานปีเท่ากับจำนวนกลีบของดอกไม้นั้น เมื่อตื่นขึ้นมาคิกุโนะจึงออกตามหาดอกไม้ที่มีกลีบมากๆ แต่ไม่มีดอกไหนเลยที่มีจำนวนกลีบมากเท่าที่เธอต้องการ ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจเอาดอกไม้ที่มีกลีบมากที่สุดมากรีดให้แต่ละกลีบเป็นฝอยยาวจนกลายเป็นดอกไม้ที่มีกลีบนับไม่ถ้วน แล้วเอาไปถวายเทพเจ้า เทพเจ้าเห็นความตั้งใจจริงของคิกุโนะจึงบันดาลให้สามีของเธอหายจากโรคร้าย อยู่กับเธอไปจนแก่เฒ่า ดอกไม้ที่คิกุโนะทำขึ้นจึงถูกตั้งชื่อว่า ดอกคิกุโนะ หรือ ดอกเบญจมาศ ในภาษาไทย หมายถึง ความจริงใจและแสงสว่างแห่ง
ความหวัง


วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555


ตำนานดอกลิลลี่
ดอกลิลลี่ขาวบริสุทธิ์มีตำนานอยู่ในเทพกรณัมของกรีกว่า มันเกี่ยวข้องกับการกำเนิดของเฮอร์คิวลิส เทพผู้ทรงพลัง หลังจากเฮอร์คิวลิสเกิดขึ้นมาแล้ว มหาเทพซูสผู้เป็นบิดาอยากให้ลูกของตนเป็นชายที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก จึงแอบอุ้มทารกเฮอร์คิวลิสไปวางบนอกของเทวีเฮร่าระหว่างที่นางหลับ เพื่อให้ดื่มนมจากอกนาง แต่เมื่อดื่มไปทารกเฮอร์คิวลิสก็เริ่มแข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ ความแรงของพลังดูดจึงมหาศาลจนเทวีเฮร่าตกใจตื่นพอพระนางเห็นมีเด็กหน้าตาบ้องแบ๊ว
มานอนบอกก็ตกใจ รีบปัดเฮอร์คิวลิสกระเด็นแล้วเหาะหายไปบนท้องฟ้า จนน้ำนมสีขาวสะอาดหยดเป็นทางไม่นานน้ำนมเหล่านั้นก็กลายเป็นดอกไม้ขาวบริสุทธิ์ที่ชื่อว่าดอกลิลลี่นั่นเองดอกลิลลี่จึงมีความหมายถึงความบริสุทธิ์ดุจดั่งน้ำนมของมารดาและความไร้เดียงสาของชีวิต (สงสัยจะหมายถึงเจ้าเด็กเฮอร์คิวลิสที่ไร้เดียงสาจนเฮร่าไหวตัวทัน)ในประเทศจีน เชื่อกันว่า ถ้าใครฝันเห็นลิลลี่ในฤดูใบไม้ผลิจะมีชีวิตที่เจริญรุ่งเรือง แต่ถ้าผันเห็นในฤดูหนาว ชีวิตจะแห้งแล้งยากจนและไร้คู่ครอง



ตำนานดอกบัว
อเมริกาเหนือเป็นต้นกำเนิดของดอกบัวสีเหลืองค่ะ ตามตำนานของอินเดียนแดงเผ่าดาโกต้า ดอกบัวเป็นวิญญาณของนางฟ้าซึ่งยอมทิ้งสวรรค์ลงมาเป็นภรรยาของหัวหน้าเผ่าอินเดียนแดงทั้งคู่ครองรักกันอย่างมีความสุขจนกระทั่งมีลูกชายด้วยกันคนหนึ่งจนเมื่อลูกชายโตขึ้น หัวหน้าเผ่าจึงส่งลูกชายพร้อมภรรยานั่งเรือคานูข้ามทะเลสาบไปขอคำปรึกษาจากผู้รู้ว่าลูกชายคนนี้สมควรจะได้เป็นหัวหน้าเผ่าต่อจากพ่อหรือเปล่า แต่ระหว่างทางเรือได้ชนเข้ากับโขดหินนางฟ้าจึงตกลงไปในน้ำแล้วหายสาบสูญไป แต่รุ่งเช้าบริเวณโขดหินนั้นก็มีดอกไม้สีเหลืองงามสดใสเกิดขึ้นมาแทน ซึ่งก็คือ ดอกบัวนั่นเอง ตามตำนานนี้ดอกบัวจึงมีความหมายถึงการเกิดใหม่
ดอกบัวกับอียิปต์
ชาวอียิปต์จะวางดอกบัวไว้บนหน้าอกของมัมมี่ เพื่อให้คนตายกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาในอีกหลายร้อยปีข้างหน้า และในช่วงไว้ทุกข์ญาติของคนตายก็จะถือดอกบัวเอาไว้ด้วย เพื่อเป็นเคล็ดให้คนตายกลับมาเกิดใหม่เร็วๆ
ดอกบัวกับชาวจีน
ชาวจีนมักจะปลูกดอกบัวไว้ในอ่างเลี้ยงปลาทองเพื่อให้ปลาใช้เป็นที่หลบภัย ภาพปลาว่ายในกอดอกบัวที่ชาวจีนนิยมวาดกัน จึงมีความหมายถึงความเป็นมลคล ปลอดภัย ร่ำรวย แต่ถ้าวาดเป็นภาพเด็กชายตัวอ้วนถือดอกบัวจะหมายถึงการอวยพรให้มีลูกชายไว้สืบสกุล แต่อีกความหมายของดอกบัวมาจากคำสอนในศาสนาพุทธ ที่ว่าคนเราควรทำตัวเหมือนดอกบัว ถึงแม้จะกำเนิดจากโคลนตมแต่ก็คงคุณงามความดี จนได้เป็นดอกไม้บูชาพระพุทธองค์ ชาวจีนจึงยึดให้ดอกบัวเป็นดอกไม้แห่งความดีอีกอย่างหนึ่งด้วย
ดอกบัวกับอินเดีย
ตำนานของชาวอินเดียเล่ากันว่าวันหนึ่งหน้าผากของพระวิษณุ ก็มีดอกบัวผุดขึ้นมา และเมื่อบัวนั้นบานก็มีพระลักษมีเทวีประทับอยุ่ข้างใน พระลักษมีจึงมีชื่อที่แปลว่าดอกบัวหลายชื่อ เช่น ปัทมา,กมลาษณา และชาวอินเดียก็ถือว่าดอกบัวเป็นเครื่องหมายของการกำเนิดชีวิต